10 วิธีดูแลและบำรุงรักษาระบบปรับอากาศของเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ให้ทนทานและมีประสิทธิภาพสูง

10 วิธีดูแลและบํารุงรักษาระบบปรับอากาศของเครื่องปรับอากาศ

          เครื่องปรับอาการ (แอร์) ปัจจุบันเป็นที่นิยมในไทยมาอย่างเนิ่นนานเนื่องจากสภาพอากาศในประเทศที่มีความร้อนอบอ้าวตลอดทั้งปีและในทุก ๆ ฤดูมักมีความร้อนที่สูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้รสนิยมคนไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความเย็นและความสะดวกสบาย เนื่องจากเมื่ออากาศเย็นวิถีชีวิตก็จะเปลี่ยนไปด้วย อีกทั้งยังส่งผลทำให้เกิดสภาวะอารมณ์ที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อน

ทำให้เครื่องปรับอากาศ (แอร์) เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายบริษัท หมู่บ้าน คอนโด ห้างสรรพสินค้า และสถานที่สำคัญต่าง ๆ มักมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (แอร์) และระบบปรับอากาศในพื้นที่เพื่อเพิ่มความเย็นและผ่อนคลายให้กับผู้ที่เข้ามาในสถานที่ได้มีสภาวะที่ผ่อนคลาย

ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาตามมาในปัจจุบันนั้นคือ การเสื่อมอายุของเครื่องปรับอากาศรวมถึงคุณภาพความเย็นที่เสื่อมถอยและลดลงในทุก ๆ อายุการใช้งาน ในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 วิธีดูแลและบำรุงรักษาระบบปรับอากาศของเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ให้ทนทานและมีประสิทธิภาพสูงใช้งานได้ยาวนาน

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ทำความสะอาดและเปลี่ยนกรองอากาศ

1.ทำความสะอาดและเปลี่ยนกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศ

เปลี่ยนกรองอากาศในระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำจากผู้ผลิต เช่น หนึ่งถึงสองเดือนครั้ง กรองอากาศที่สกปรกสามารถทำให้ระบบปรับอากาศทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ ของระบบปรับอากาศเช่น เพดานในห้องปรับอากาศและท่อลมอากาศ ให้สะอาดอยู่เสมอ โดยการทำความสะอาดและเปลี่ยนกรองอากาศควรทำเป็นระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อให้ระบบปรับอากาศทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการสะสมของสิ่งสกปรกภายในระบบ

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ตรวจสอบท่อลมอากาศ

2.ตรวจสอบท่อลมอากาศระบบปรับอากาศ

ตรวจสอบท่อลมอากาศเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรอยรั่วซึมหรือความไม่สมดุลที่อาจทำให้ระบบปรับอากาศไม่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ หากพบความผิดปกติ คุณควรเรียกใช้บริการช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศให้มาทำการตรวจเช็กและซ่อมแซมหรือหากอยากตรวจเช็กด้วยตนเองสามารถทำได้ดังนี้

  • ปิดเครื่องปรับอากาศ: ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องปรับอากาศถูกปิดแล้วก่อนที่คุณจะตรวจสอบท่อลมอากาศ
  • ตรวจสอบการต่อท่อลมอากาศ: เช็กการต่อท่อลมอากาศที่เชื่อมต่อกับเครื่องปรับอากาศ ตรวจสอบว่าท่อถูกติดตั้งอย่างแน่นหน้าและไม่มีรอยรั่วซึมที่ต่อสายลม
  • ตรวจสอบท่อลมอากาศ: ตรวจสอบท่อลมอากาศทั้งภายในและภายนอกเพื่อค้นหาสิ่งกีดขวางหรือการอุดตัน เช่น ฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอม ถ้าพบสิ่งกีดขวางใด ๆ ให้ทำความสะอาดหรือเอาออกเพื่อให้ลมอากาศไหลผ่านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ตรวจสอบฝาท่อลมอากาศ: ตรวจสอบฝาท่อลมอากาศเพื่อให้แน่ใจว่าฝาถูกปิดอย่างแน่นหน้าและไม่มีรอยรั่วซึมที่อาจทำให้เกิดการรั่วไหลของลมในระบบปรับอากาศ
  • ทดสอบระบบลมอากาศ: เปิดเครื่องปรับอากาศและตรวจสอบการไหลของลมผ่านท่อลม ตรวจสอบว่าลมไหลอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ หากพบปัญหาใด ๆ ที่ทำให้ลมไม่ไหลดี เช่น การรั่วไหลของลม อาจจะต้องแก้ไขหรือซ่อมแซมท่อลมอากาศ

การตรวจสอบท่อลมอากาศควรทำเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยการทำความสะอาดและตรวจสอบท่อลมอากาศเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง แต่หากพบปัญหาหรืออาการผิดปกติที่ซับซ้อน คุณอาจต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบและซ่อมแซมให้ถูกต้อง

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม

3.รักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม

การตรวจสอบอุณหภูมิที่ตั้งไว้ในเครื่องปรับอากาศให้สอดคล้องกับอุณหภูมิที่คุณต้องการและตามมาตรฐานสากลจะช่วยให้คุณรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมเพื่อประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ดีขึ้นได้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟและช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ให้กับคุณได้มากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากระบบของเครื่องปรับอากาศจะได้ไม่ต้องทำงานหนักมาก โดยคุณสามารถทำตามได้ตามวิธีดังต่อไปนี้

  • รักษาอุณหภูมิในระดับความเย็นที่เหมาะสม: การรักษาอุณหภูมิในระดับความเย็นที่เหมาะสมเพื่อความสะดวกสบายและประหยัดค่าไฟ สำหรับการทำความเย็น อุณหภูมิที่แนะนำอาจอยู่ในช่วง 23-26 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม คุณสามารถปรับอุณหภูมิตามความต้องการส่วนบุคคลของคุณได้
  • ใช้โหมดอัตโนมัติ: หากระบบปรับอากาศของคุณมีโหมดอัตโนมัติ ให้ใช้โหมดนี้เพื่อความสะดวกสบาย โหมดอัตโนมัติจะปรับอุณหภูมิและความเย็นอัตโนมัติให้เหมาะสมตามเงื่อนไขสภาพแวดล้อม
  • ปรับตั้งเวลาการทำงาน: ถ้าคุณไม่ได้ใช้ห้องหรือออฟฟิศในช่วงเวลาที่กำหนด คุณสามารถใช้การตั้งเวลาการทำงานของระบบปรับอากาศให้ทำงานในช่วงเวลาที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ปิดหรือลดความเย็นในช่วงเวลากลางคืนที่คุณไม่ได้ใช้ห้อง
  • รักษาการหลีกเลี่ยงการรั่วไหลของลม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูและหน้าต่างปิดอย่างแน่นหนา และทำการซีลรอยรั่วหรือรอยแยกของประตูและหน้าต่างเพื่อป้องกันการรั่วไหลของลมที่อาจเพิ่มการสูญเสียความเย็นหรือความอบอุ่นได้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยให้คุณประหยัดค่าไฟได้เป็นอย่างมาก

การรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบปรับอากาศทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าไฟ โดยอย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตเกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลรักษาระบบปรับอากาศเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ใช้โหมดประหยัดพลังงาน

4.ใช้โหมดประหยัดพลังงาน

หากเครื่องปรับอากาศของคุณมีโหมดประหยัดพลังงาน คุณควรใช้โหมดนี้เมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น โดยโหมดประหยัดพลังงานจะช่วยลดการใช้พลังงานและส่งผลให้ระบบปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการใช้โหมดประหยัดพลังงานอัตโนมัติที่มีอยู่ในระบบปรับอากาศของคุณ โหมดนี้จะช่วยให้คุณปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับเงื่อนไขสภาพแวดล้อม เช่น ปรับอุณหภูมิและความเย็นให้ใช้พลังงานน้อยที่สุดเมื่อมีผู้ใช้งานในห้องน้อยลงเพื่อช่วยคุณประหยัดค่าไฟเป็นต้น

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ตรวจสอบสภาพทางไฟฟ้า

5.ตรวจสอบสภาพทางไฟฟ้า

ควรตรวจสอบสายไฟและสายสัญญาณของระบบปรับอากาศเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการชำรุดหรือรั่วซึม หากพบปัญหาใด ๆ ควรให้ช่างตรวจเช็กและซ่อมแซมทันทีเนื่องจากอาจทำให้เกิดปัญหาที่อันตรายจนถึงขั้นเสี่ยงต่อชีวิตได้เป็นต้น

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ รักษาความสะอาดภายนอก

6.รักษาความสะอาดภายนอก

ในการใช้งานเครื่องปรับอากาศคุณควรรักษาความสะอาดภายนอกของเครื่องปรับอากาศโดยไม่ให้มีสิ่งสกปรกเช่น ฝุ่นหรือคราบน้ำเกาะอยู่ โดยคุณสามารถทำความสะอาดด้วยผ้าเช็ดอ่อนหรือล้างด้วยน้ำอุ่นและสบู่อ่อนเพื่อคงสภาพเครื่องปรับอากาศให้ใหม่อยู่ตลาดเวลา อีกทั้งยังช่วยรักษาสภาพอากาศให้ห่างไกลจากฝุ่นที่สามารถก่อให้เกิดการไอ จามหรือก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ดีอีกด้วย

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ตรวจสอบระบบทำความเย็น

7.ตรวจสอบระบบทำความเย็น

ในการใช้งานเครื่องปรับอากาศ (แอร์) คุณควรตรวจสอบระบบทำความเย็นเป็นประจำ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศสามารถทำงานได้อย่างยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหากทำเองสามารถทำตามได้ดังนี้

  • ตรวจสอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ (Compressor): คุณตรวจสอบว่าคอมเพรสเซอร์ทำงานอย่างถูกต้อง โดยตรวจสอบว่ามีเสียงรบกวนหรือเกิดการรั่วไหลของน้ำมันและน้ำยาหรือไม่ หากมีปัญหาเกี่ยวกับคอมเพรสเซอร์ คุณควรติดต่อช่างซ่อมแอร์ทันที
  • ตรวจสอบระบบรองรับความเย็น (Refrigerant System): ตรวจสอบระบบรองรับความเย็น เช่น หากใช้ระบบประหยัดพลังงานแบบที่ใช้น้ำมันหรือก๊าซทำความเย็น ตรวจสอบระดับน้ำมันหรือก๊าซที่เหลืออยู่ในระบบ หากระดับต่ำเกินไป อาจต้องเติมเพิ่มเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเย็นอย่างต่อเนื่อง
  • ตรวจสอบการไหลของลมแอร์ (Airflow): ตรวจสอบการไหลของลมที่ออกจากเครื่องปรับอากาศ ตรวจสอบว่ามีการอุดตันหรืออุปสรรคในท่อลมหรือไม่ หากพบปัญหานี้ คุณสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือพัดลมเพื่อทำความสะอาดท่อลม
  • ตรวจสอบฟิลเตอร์อากาศ (Air Filters): ตรวจสอบฟิลเตอร์อากาศที่ติดตั้งในระบบ หากฟิลเตอร์อากาศมีฝุ่นเกาะเยอะหรือสกปรกมาก คุณควรทำความสะอาดหรือเปลี่ยนฟิลเตอร์ใหม่เพื่อให้แอร์ทำงานได้ดีและเพื่ออากาศที่ดีมากยิ่งขึ้น
  • ตรวจสอบระบบควบคุม (Thermostat): ในการตรวจสอบการทำงานของระบบควบคุมอุณหภูมิ คุณควรเริ่มตรวจสอบว่าสามารถตั้งค่าอุณหภูมิได้ถูกต้องและระบบทำงานตามที่กำหนดหรือไม่หากไม่สามารถทำงานได้หรือมีปัญหาเกิดขึ้นควรเรียกช่างมาดูหรือแก้ไขทันที
  • ตรวจสอบระบบระบายความร้อน (Heat Exchange): การตรวจสอบการทำงานของระบบระบายความร้อน เช่น ตรวจสอบว่าหม้อน้ำระบบระบายความร้อนไม่มีการรั่วไหลและมีการเสื่อมสภาพหรือไม่ หากมีควรเรียกช่างมาซ่อมบำรุงระบบปรับอากาศทันที

ซึ่งหากคุณพบปัญหาในระบบทำความเย็นหรือไม่มั่นใจว่าการทำงานของระบบถูกต้อง ควรติดต่อช่างซ่อมแอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ความช่วยเหลือและทำการตรวจเช็กที่ถูกต้องและเป็นมืออาชีพเพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีขึ้นในอนาคต

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ตรวจสอบระบบระบายอากาศ

8.ตรวจสอบระบบระบายอากาศ

ระบบระบายอากาศเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบปรับอากาศโดยตรง เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่อระบายอากาศไม่มีอุปสรรคหรือสิ่งของที่บังตัวระบายอากาศอยู่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ตัวระบายอากาศพัง

บริการขายและติดตั้งระบบปรับอากาศ ตรวจสอบระบบเดินท่อน้ำแลระบบน้ำ

9.ตรวจสอบระบบเดินท่อน้ำและระบบน้ำ

คุณควรทำการตรวจสอบระบบเดินท่อน้ำและระบบน้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรอยรั่วซึมหรือการรั่วไหลที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบปรับอากาศ (แอร์) และปัญหาน้ำหยดที่อาจเกิดขึ้นในบ้านของคุณ ซึ่งหากมีปัญหานี้เกิดขึ้นคุณควรทำการโทรหาช่างมาแก้ไขปัญหากวนใจนี้ด่วน

 

10 วิธีดูแลและบํารุงรักษาระบบปรับอากาศของเครื่องปรับอากาศ

 

10.ตรวจสอบระบบความปลอดภัย

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นควรตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจสอบการทำงานของระบบหรือระบบต้านทานไฟฟ้าเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องปรับอากาศปลอดภัยในการใช้งาน หากเกิดปัญหารีบติดต่อช่างมาเช็กด่วน

         การดูแลและบำรุงรักษาระบบปรับอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อช่วยให้เครื่องปรับอากาศของคุณทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำจากผู้ผลิตและทำการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานและเพื่อการใช้งานที่สูงสุดรวมถึงการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

Share :

บทความอื่นๆ

7 ปัจจัยในการเลือกซื้อทาวน์โฮมที่จะคนซื้อบ้านต้องรู้ 2024 01

7 ปัจจัยในการเลือกซื้อทาวน์โฮมที่จะคนซื้อบ้านต้องรู้ 2024

การเลือกซื้อทาวน์โฮมถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่อยากจะมีบ้าน เพราะการเลือกบ้านหลังหนึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนด้านการเงินที่เป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อบ้าน

ดูเพิ่มเติม
เลือกอยู่คอนโดห้องเปล่าที่ไม่มีการตกแต่งดีอย่างไร ทําไมต้องซื้อ 2024 01 01

เลือกอยู่คอนโดห้องเปล่าที่ไม่มีการตกแต่งดีอย่างไร ทำไมต้องซื้อ 2024

การเลือกอยู่คอนโดตามไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ซื้อคอนโดเพื่ออาศัยหรือเพื่อปล่อยเช่า โดยเฉพาะการซื้อคอนโดห้องเปล่าที่ไม่มีการตกแต่งภายใน

ดูเพิ่มเติม